September 21, 2020

4 ที่เที่ยวทางธรรมชาติ ที่เหมาะสมกับการพักผ่อนหย่อนใจ!!ในญี่ปุ่น

ทัวร์ญี่ปุ่น คนใดกันที่อยากจะท่องเที่ยวญี่ปุ่นแม้กระนั้นไม่รู้จักว่าจะเที่ยวที่ใดดี หรือกำลังหาที่เที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแบบธรรมชาติ แล้วอยากจะหนีความโกลาหลในเมืองมากมายก่ายกอง วันนี้คำแนะนำที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามในประเทศประเทศญี่ปุ่นมาฝากสหายๆกัน
1. เกาะภูเขาไฟซ้อนภูเขาไฟ
Aogashima : เกาะที่นี้มีชื่อว่า อาโองะชิมะ เป็นเกาะที่งามมากๆตั้งอยู่บริเวณน่านน้ำทะเลสมุทรฟิลิปปินส์มหาสมุทรแปซิฟิก จากกรุงเมืองโตเกียวลงไปตอนใต้ราวๆ 358 กม. ความพิเศษของเกาะแห่งนี้ก็คือในปากปล่องภูเขาไฟกึ่งกลางทะเล มีภูเขาไฟขนาดเล็กตั้งอยู่บนเกาะอีกครั้งด้วย บริเวณเกาะนั้นก็ถูกล้อมรอบไปด้วยผาเยอะมากนับไม่ถ้วน ปากปล่องนั้นมีบ้านที่พักผู้คนอาศัยอยู่ประปราย ท่องเที่ยวส่วนใหญ่นอกจากจะมาชื่นชมความงดงามบนเกาะแล้ว กิจกรรมที่ไม่สมควรจะพลาดเป็นอย่างมากเลยก็คือ การปีนเขา น้ำมองปะการังรอบเกาะ รวมถึงตั้งแคมป์ดูดาวอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังมีออนเซ็นที่ให้แช่ท่ามกลางธรรมชาติบนเกาะภูเขาไฟอีกต่างหาก คุณจะมาเที่ยวที่นี่ก็ควรจะติดตามข้อมูลอยู่เป็นประจำเพราะภูเขาไฟตรงนี้นั้นอาจจะมีการเกิดการปะทุขึ้นเมื่อไรก็ได้
2. ทะเลทรายแห่งประเทศญี่ปุ่น
Tottori Sakyu : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตัวจังหวัดทตโตริ เป็นเนินทรายขนาดใหญ่ที่สุดแล้วก็มีเพียงที่เดียวในประเทศญี่ปุ่น เนินทรายนี้มีความยาวราว 16 กิโลจากทิศเหนือจรดใต้ เนินทรายมีต้นเหตุที่เกิดจากการพูดซ้ำเติมของตะกอนทรายที่โดนลมพัดมาจากสมุทร ส่วนริ้วทรายมีต้นเหตุที่เกิดจากกระแสลมที่พัดด้วยความเร็ว 50 เมตรต่อวินาที ก็เลยมีริ้วทรายที่สวยงามเปรียบเสมือนงานศิลปะที่ธรรมชาติสร้างมันขึ้นมา คุณสามารถเดินไปท่องเที่ยวเพื่อชมเนินทรายได้ แต่ว่าถ้าหากต้องการเข้าถึงบรรยากาศแบบทะเลทรายเยอะขึ้น ก็ยังสามารถขี่อูฐหรือนั่งรถม้าเพื่อชมวิวบริเวณเนินทรายได้เช่นเดียวกัน
3. น้ำตกไนแองการ่าประเทศญี่ปุ่น
Fukiware Falls : น้ำตกที่งามกระทั่งติดอันดับ 1 ใน 100 ของน้ำตกที่ประเทศญี่ปุ่น มีความกว้าง เที่ยวญี่ปุ่น 30 ทัวร์ญี่ปุ่น เมตรและก็สูงเพียงแค่ 7 เมตร การไหลของน้ำนั้นจะมีลักษณะกระแสน้ำที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น เป็นการไหลของลำธารบนที่ราบสูงสู่เบื้องล่างตามซอกหินที่แตกโค้งเว้า จนได้รับการกล่าวเชิดชูว่าเป็นน้ำตกไนแองการ่าในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง สามารถเข้าไปมองน้ำตกได้โดยเข้าไปถนนหนทางหมายเลข 120 แล้วเดินตามทางเข้าไปเพียง 100 เมตรเพียงแค่นั้นก็จะพบน้ำตก จุดสำหรับชมวิวก็จะเป็นลานหินขนาดใหญ่ที่จะต้องเดินขึ้นมาบนเนินเพียงนิดหน่อย นักท่องเที่ยวก็จะสามารถยืนชมวิวได้อย่างใกล้ชิดโดยมีเพียงแต่เชือกกั้นที่ไม่ให้เข้าใกล้กระทั่งเหลือเกิน
4. การปรากฏปีศาจหิมะ
Juhyo : เป็นปรากฏการณ์ที่หิมะรวมทั้งน้ำค้างเกาะอยู่ตามป่าสนที่ขึ้นบนยอดดอย กระทั่งเมื่อจะนำภูเขามิที่หนาวเย็นจัดต่ำลงมากยิ่งกว่า 0 องศา ก็จะแปลงเป็นน้ำแข็งเกาะทับถมต้นสนอย่างหนา จนถึงกลายเป็นรูปร่างเหมือนมนุษย์หิมะ จึงได้เรียกกันว่าการเกิดปีศาจหิมะนั่นเอง